ujt
Full text
(2) 94. นีBอยูใ่ กล้ทางขา B2 มากกว่า B1 สารกึ งตัวนําชนิ ด N ที ต่อออกมาเป็ นขา B2 และ B1 เป็ นสารกึ ง ตัวนําตอนเดียวกัน คุณสมบัติเป็ นตัวต้านทาน ภาพที 5.1 (ข) สัญลักษณ์ยเู จทีขา B2 และขา B1 เขียนเป็ นเส้นเดียวกันแสดงว่าต่อถึงกัน ขา E เป็ นหัวลูกศรชีB เข้าชนกับสาร N ของขา B2 และขา B1 และเอียงขึBนด้านบนใกล้ขา B2 แสดง ว่าขา E อยูใ่ กล้ไปทางขา B2 มากกว่าขา B1 หัวลูกศรที ขา E ชีBเข้าแสดงว่าขา E เป็ นสารกึ งตัวนํา ชนิด P คุณสมบัติของยูเจทีเขียนวงจรสมมูล (Equivalent circuit) เหมือนเป็ นตัวต้านทานต่อ ร่ วมกับไดโอด ดังภาพที 5.2. ภาพที 5.2 วงจรสมมูลยูเจที ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2545, หน้า 122) ภาพที 5.2 วงจรสมมูลของยูเจที สารกึ งตัวนําชนิด N แทนด้วยตัวต้านทาน 2 ตัว จากขา B2 ไปรอยต่อ PN แทนด้วยตัวต้านทาน RB2 จากขา B1 ไปยังรอยต่อ PN แทนด้วยตัวต้านทาน RB1 สามารถปรับค่าความต้านทานได้ รอยต่อ PN มีคุณสมบัติเหมือนไดโอดซึ งหันขา K ต่อร่ วมกับ RB2 และ RB1 ส่ วนขา A ของไดโอด D1 ต่อเป็ นขา E เมื อจ่ายแรงดันให้ขายูเจทีทาํ ให้ยเู จทีทาํ งาน ทําให้ค่าความต้านทาน RB2 และ RB1 เปลี ยนแปลง คุณสมบัติไดโอด D1 เปลี ยนแปลง. ภาพที 5.3 รู ปร่ างและตําแหน่งของ ยูเจที.
(3) 95. 5.2 การจ่ ายไบอัสให้ ยูเจทีทาํ งาน การจ่ายไบอัสต้องจ่ายไบอัสให้ถูกต้อง โดยจ่ายแรงดันบวกให้ขา B2 จ่ายแรงดันลบให้ขา B1 และขา E ต้องจ่ายแรงดันเป็ นบวกเมื อเทียบกับขา B1 การจ่ายไบอัสดังกล่าวยูเจทียงั ไม่ นํากระแสจนกว่าแรงดันไบอัสบวกที ขา E จะไปทําให้ไดโอด D ตรงรอยต่อ PN เป็ นไบอัสตรง ด้วย ดังภาพที 5.4. (ก) วงจรไบแอสเบืBองต้นที ให้ให้ ยูเจที. (ข) วงจรไบอัสที ให้ให้วงจรสมมูลของ ยูเจที ภาพที 5.4 การไบอัสให้ยเู จทีทาํ งาน ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 80) ภาพที 5.4 (ก) วงจรการจ่ายไบอัสเพื อให้ยเู จทีทาํ งาน ต้องจ่ายแรงดัน VBB ตกคร่ อมขา B2 และขา B1 โดยขา B2 มีศกั ย์เป็ นบวกเทียบกับขา B1 และจ่ายแรงดัน VE ขา E และ B1 โดย E มีศกั ย์ เป็ นบวกเทียบกับ B1 ยูเจทีจะนํากระแสเมื อมี IE ไหลและทําให้เกิด IB ไหล.
(4) 96. ภาพที 5.4 (ข) วงจรจ่ายไบอัสวงจรสมมูลยูเจที ค่าความต้านทานของสารกึ งตัวนําชนิ ด N เรี ยกว่า ความต้านทานระหว่างเบส (Interbase resistance; RBB) เป็ นค่าความต้านทานภายในยูเจที ระหว่างขา B2 และขา B1 ขณะที ยเู จทียงั ไม่ทาํ งาน (IE = 0) RBB มีค่าความต้านทานอยูช่ ่วง 4 K Ω ถึง 10 KΩ โดยประมาณ RBB แบ่งเป็ น 2 ส่ วนคือ RB1 และเปลี ยนแปลงค่าได้จากค่าประมาณ 5 KΩ ลดลงถึง 50Ω ถ้ากระแส IE เปลี ยนแปลงค่าจาก 0 ถึง 50µA และ RB2 เป็ นความต้านทาน คงที เมื อกระแส IE ไหลผ่านไปยัง B1 และยูเจทีนาํ กระแสค่าความต้านทาน RB1 จะลดลงทันที ค่า ความต้านทานของ RB1 เปลี ยนแปลงเป็ นปฏิภาคกลับกับกระแส IE คือ ความเป็ นตัวนําของ RB1 ขึBนอยูก่ บั กระแสอิมิตเตอร์ (IE) ในการทําให้กระแส IE ไหลได้นB นั แรงดัน VE ที จ่ายให้ขา E ต้องมี ศักย์มากกว่าแรงดัน VD รวมกับแรงดัน VA ในยูเจที รอยต่อ PN แสดงคุณสมบัติเป็ นไดโอด ค่าแรงดันที ตกคร่ อมตัวไดโอด (VD) ประมาณ 0.35 V ถึง 0.7 V ดังนัBนการจ่ายแรงดัน VE ให้ยเู จทีนอ้ ยกว่า VD + VA แรงดันไบอัสที ให้ขา E และขา B1 เป็ นไบอัสกลับไม่มีกระแส IE ไหล อาจมีเพียงกระแสรั วซึ มไหลเท่านัBน ถ้าจ่ายแรงดัน VE ให้ยเู จทีมากกว่า VD + VA แล้ว แรงดันไบอัสที ให้ขา E และขา B1 เป็ นไบอัสตรง กระแส IE จะไหล ยูเจทีทาํ งาน 5.3 กราฟคุณสมบัติของยูเจที การหาคุณสมบัติของยูเจที โดยทดสอบสภาวะการนํากระแสของขาอิมิตเตอร์ (IE) และ แรงดันตกคร่ อมขาอิมิตเตอร์ เทียบกับขาเบส 1 (VE) โดยทําการปรับเปลี ยนแรงดัน VE ทําให้ กระแส IE ไหลเปลี ยนแปลง วงจรทดสอบคุณสมบัติของยูเจทีแสดงดังภาพที 5.5. ภาพที 5.5 วงจรทดสอบคุณสมบัติยเู จที ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 82).
(5) 97. รู ป 5.5 การทดสอบเพื อคุณสมบัติของยูเจที โดยดีวีโวลท์มิเตอร์ วดั คร่ อมขา E กับขา B1 ของยูเจทีและใช้ดีซีไมโครแอมมิเตอร์ ต่ออันดับที ขา E ตัวต้านทาน R1 จ่ายแรงดันไบอัสขา E โดยต่อขากลางเข้าขา E และปรับค่าแรงดัน การทดสอบค่อยๆปรับค่าแรงดัน VE จากค่าน้อย เพิ มขึBน ขณะปรับแรงดัน VE ให้อ่านค่ากระแส IE ตามไปด้วย นําไปกําหนดค่าลงในกราฟ ดังกราฟคุณสมบัติของยูเจทีตามภาพที 5.6. ภาพที 5.6 กราฟคุณสมบัติของ ยูเจที แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง VE และ IE ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2545, หน้า 124) ภาพที 5.6 แสดงกราฟคุณสมบัติยเู จที ความสัมพันธ์ระหว่างแรงดัน VE กับกระแส IE แรงดัน VBB ที ป้อนให้วงจรเท่ากับ 10 V กราฟด้านซ้ายมือเป็ นกราฟเนื องจากการเริ มจ่ายแรงดัน VE ให้ขา E เทียบกับขา B1 ถ้าแรงดัน VE ที จ่ายให้ยงั ไม่ถึงค่า VP มีกระแสไหลในวงจรเพียง เล็กน้อย เป็ นค่ากระแสที ร ัวซึ มเพราะไดโอด D ยังได้รับไบอัสไม่นาํ กระแส เรี ยกว่า ช่วงคัทออฟ (Cutoff region) เมื อเพิ มแรงดัน VE ถึงค่าแรงดัน VP หรื อค่าระดับแรงดันที ทาํ ให้ไดโอด D รับไบอัสตรง ทําให้มีกระแส IE ไหลจากขา E ไปขา B1 เพิ มขึBนอย่างรวดเร็ วและเวลาเดียวกันแรงดัน VE มีค่า ลดลง แรงดัน VE ลดลงหรื อ VV ช่วงแรงดัน VP กระแสไหลช่วงนีBเรี ยกว่ากระแส IP และช่วง แรงดัน VV กระแสไหลช่วงนีBเรี ยกว่ากระแส IV เรี ยกว่า ช่วงความต้านทานเป็ นลบ (Negative resistance region) หลังจากแรงดันที ตกคร่ อมขา E เทียบกับขา B1 ถึงค่าแรงดัน VV แล้ว ถ้าจ่าย แรงดัน VE มากขึBน ทําให้กระแส IE ไหลเพิ มขึBนและแรงดัน VE เพิ มขึBนอีกเล็กน้อย เรี ยกว่า ช่วง อิ มตัว (Saturation region).
(6) 98. 5.4 รายละเอียดและขีดจํากัดของยูเจที รายละเอียดและขีดจํากัดของยูเจทีเป็ นข้อมูลซึ งบอกถึงค่าจํากัดในการใช้งาน พารามิเตอร์ ต่างๆ เพื อไม่ให้อุปกรณ์ที ต่อร่ วมและยูเจทีเสี ยหาย แต่ละเบอร์ มีรายละเอียดและขีดจํากัดแตกต่าง กัน ดังนัBนการเลือกใช้งานต้องทราบรายละเอียดและขีดจํากัด โดยบอกค่าไว้ที อุณหภูมิ 25 °C รายละเอียดและขีดจํากัดที สาํ คัญมีดงั นีB 5.4.1 การสู ญเสี ยกําลังงาน (Power dissipation ; PD) คือ ค่ากําลังงานที สูญเสี ยของยูเจทีใน ขณะที กาํ ลังทํางาน คํานวณได้จากค่าแรงดัน VBB และค่าความต้านทานระหว่างขา B2 และขา B2 หรื อ RBB เช่น 300mW เป็ นต้น หรื อคํานวณได้จากสู ตร ดังนีB PD =. (VBB ) 2 R BB. กําหนดให้ RBB = ความต้านทานภายใน UJT ระหว่างขา B2 และ B1 VBB = แรงดันตกคร่ อมขา B2 และขา B1 เช่น ค่า VBB มีค่า 35V และ RBB มีค่า 4.7 KΩ (35V ) 2 PD = 4,700 Ω. = 261 mW 5.4.2 กระแสอิมิตเตอร์ เป็ น RMS (RMS Emitter current ;Ie) คือ กระแสที ไหลผ่านขา อิมิตเตอร์ เป็ นค่ากระแสใช้งานยูเจทีขณะจ่ายแรงดันให้ขา E ถึงค่า VE(SAT) แรงดันอิมิตเตอร์ อ ิมตัว หรื อ เช่น 50mA เป็ นต้น 5.4.3 กระแสพัลส์สูงสุ ดที อิมิตเตอร์ (Peak - Pulse Emitter current ; ie) คือ กระแส พัลส์ที ไหลผ่านขาอิมิตเตอร์ ของยูเจทีได้สูงสุ ดที ไม่เสี ยหาย โดยบอกค่าดิวตีไซเกิล (Duty cycle) และอัตราการเกิดพัลส์ซB าํ ๆ (Pulse repetition rate ; PRR) เช่น 1.5 A ที ดิวตีBไซเกิลน้อยกว่าหรื อ เท่ากับเปอร์ เซ็นต์และค่า PRR = 10 PPS (Pulse per second) 5.4.4 แรงดันไบอัสกลับระหว่างเบส 2 กับอิมิตเตอร์ (Emitter reverse voltage; VB2E) คือ แรงดันที ป้อนให้ขา B2 กับขา E เป็ นไบอัสกลับค่าสู งสุ ดที ยเู จทีทนได้โดยไม่เสี ยหาย ขณะที ขา B1 เปิ ดวงจร เช่น 30 V เป็ นต้น 5.4.5 ย่านอุณหภูมิทาํ งานตรงรอยต่อ (Operating junction temperature range ; TJ ) คือ ย่านอุณหภูมิที รอยต่อยูเจทีที ทนได้ในขณะทํางาน บอกไว้ตB งั แต่ค่าตํ าสุ ดไปค่าสู งสุ ดเป็ นองศา เซลเซี ยส เช่น -65 ถึง + 125 °C เป็ นต้น.
(7) 99. 5.4.6 แรงดันระหว่างเบสทัBงสอง (Interbase voltage ; VBB) คือ ค่าแรงดันสู งสุ ดที ป้อนให้ ขา B2 กับขา B1 ที ยเู จทีทาํ งานได้โดยไม่เสี ยหาย เช่น 35 V เป็ นต้น 5.4.7 ย่านอุณหภูมิสะสม (Storage temperature range ; Tstg) คือ ย่านอุณหภูมิในยูเจทีขณะ ทํางาน มีอุณหภูมิสะสมได้สูงสุ ด โดยยูเจทีไม่เสี ยหาย บอกไว้ตB งั แต่ค่าตํ าสุ ดไปยังค่าสู งสุ ดเป็ น องศาเซลเซี ยส เช่น -65 ถึง + 150°C เป็ นต้น 5.4.8 อัตราส่ วนอินทริ นซิ กสแตนออฟ (Intrinsic standoff ratio ; η) คือ ค่าคงที ที เป็ น ส่ วนประกอบในการหาค่าแรงดันสู งสุ ด (VP) ที ทาํ ให้กระแสอิมิตเตอร์ (IE) ไหล เพื อให้ยเู จที ทํางาน เช่น ยูเจทีเบอร์ 2N4851 ค่า η = 0.56∼0.75 และเบอร์ 2N4853 ค่า η = 0.7∼0.85 ขณะ จ่ายแรงดัน VBB ที 10 V เป็ นต้น 5.4.9 ความต้านทานระหว่างเบส (Interbase resistance ; RBB) คือ ค่าความต้านทาน ระหว่างแท่งสารซิ ลิคอนชนิ ด N โดยวัดระหว่างขา B2 กับขา B1 โดยที ขา E ต้องเปิ ดวงจรและต้อง จ่ายแรงดัน VBB คร่ อมขา B1 และขา B2 ประมาณ 3 V ค่า RBB มีค่าประมาณ 4.7KΩ ถึง 9.1KΩ ค่า RBB จะเปลี ยนแปลงอุณหภูมิดว้ ย เมื ออุณหภูมิสูงขึBนค่าความต้านทานจะลดลง เช่น 0.2% ต่อ องศาเซลเซี ยส เป็ นต้น 5.4.10 แรงดันอิ มตัวระหว่างอิมิตเตอร์ และเบส 1 (Emitter saturation voltage ;VE(SAT) ) การจ่ายแรงดันไบอัสตรงให้ขา E กับขา B1 จนทําให้มีกระแส IE ไหล ค่าความต้านทานระหว่างขา E กับขา B1 อย่างรวดเร็ ว ทําให้แรงดันตกคร่ อมขา E ลดลง จนเมื อกระแส IE ไหลถึงค่ากระแส ใช้งานสู งสุ ด เช่น IE = 50mA มีแรงดัน VE ตกคร่ อมที จุดนีBถูกเรี ยกว่า VE(SAT) ปกติในยูเจทีแต่ละ ตัวจะมีค่านีBแตกต่างกันบ้าง เช่น 2V หรื อ 2.5 V เป็ นต้น 5.4.11 กระแสไบอัสกลับที อิมิตเตอร์ (Emitter reverse current ; IEO) คือ กระแสที ไหลจาก ขา B2 ผ่านยูเจทีไปออก E เป็ นกระแสไบอัสกลับ โดย B1 เปิ ดวงจรอยูท่ ี (IB1=0) จะจ่ายแรงดันให้ วงจรประมาณ 30V มีปริ มาณกระแสที ไหลน้อยมาก เช่น 0.1µA ดังภาพที 5.7. ภาพที 5.7 วงจรเพื อวัดกระแสไบอัสที อิมิตเตอร์ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 86).
(8) 100. 5.4.12 อิมิตเตอร์ ที จุดยอด (Peak point emitter current ; IP) คือ ค่ากระแสที ไหลผ่านขา E และขา B1 ของยูเจทีที เริ มทําให้ยเู จทีนาํ กระแส เพราะไดโอด D เริ มได้รับไบอัสตรง ซึ งมี ค่ากระแสเป็ นไมโครแอมป์ ยูเจทีแต่ละเบอร์ มีค่า IP แตกต่างกัน เช่น 0.4µA หรื อ 2µA เป็ นต้น 5.4.13 กระแสอิมิตเตอร์ ที จุดแรงดันตํ าสุ ด (Val lay point current ; IV ) คือ ค่ากระแส ที ไหลผ่านขา E และขา B1 ของยูเจทีจนทําให้มีศกั ย์ตกคร่ อมขา E และขา B1 มีค่าแรงดันตํ าสุ ดที. VV กระแสที ตาํ แหน่งนีBเรี ยกว่ากระแส IV เช่น 2mA เป็ นต้น 5.4.14 กําเนิดความถี ได้สูงสุ ด (Maximum frequency of oscillation ; f (MAX) ) เมื อนํา ยูเจทีไปใช้เป็ นวงจรกําเนิดความถี สามารถให้การตอบสนองความถี ได้สูงสุ ดเท่าไร เช่น 1.5 MHz 5.5 การนํายูเจทีไปใช้ งาน ยูเจทีทาํ งานเป็ นตัวกําเนิดสัญญาณฟันเลื อยและสัญญาณพัลส์ เพื อนําไปใช้ในการควบคุม วงจรต่างๆ เช่น วงจรตัBงเวลา วงจรตรวจเช็คและวงจรกระตุน้ อุปกรณ์ไทริ สเตอร์ เป็ นต้น การทํางานของยูเจทีจะต้องทํางานร่ วมกับวงจรอื นเสมอ เช่น 5.5.1 ยูเจทีรีแลกเซอร์ ออสซิ ลเลเตอร์ (UJT Relaxation oscillator) ถือเป็ นหัวใจของการ นํายูเจทีไปใช้งาน ไม่วา่ เป็ นวงจรตัBงเวลาหรื อวงจรกําเนิดความถี วงจรประกอบด้วยตัวต้านทาน และตัวเก็บประจุต่อเข้าที ขา E ของยูเจที ทําหน้าที เป็ นวงจรตัBงเวลา ซึ งมีค่าคงที ขB ึนอยูก่ บั ค่าความ ต้านทานและค่าความจุคูณกัน ตัวต้านทานและตัวเก็บประจุที ต่อกับขา E ของยูเจที เป็ นตัวกําหนด ในการทํางานของยูเจที สัญญาณที กาํ เนิ ดขึBนมาสามารถนําออกใช้งานได้ทB งั ขา E ขา B1 ขา B2 ดัง ภาพที 5.8 ภาพที 5.8 (ก) วงจรรี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ ประกอบด้วยตัวต้านทาน R1 และตัว เก็บประจุ C1 กําหนดค่าเวลาคงที ที จ่ายแรงดันไบอัสตรงไปให้ขา E ของยูเจที ทําให้ยเู จทีนาํ กระแส มีขB วั ต่อสัญญาณออกที VE ตัวต้านทาน R2 เป็ นโหลดรับสัญญาณส่ งออกที VB2 และ ตัวต้านทาน R3 เป็ นโหลดรับสัญญาณส่ งออกที VB1 จะได้สัญญาณที จุดต่างๆ เมื อวงจรทํางานดัง ภาพที 5.8 (ข) การทํางานของวงจรครัBงแรกยังไม่จ่ายแรงดัน V แก่วงจร วงจรยังไม่ทาํ งาน C1 ไม่ มีประจุ เมื อเริ มจ่ายแรงดัน V ให้วงจร รอยต่อระหว่างขา E กับจุดต่อในตัวยูเจทีระหว่าง RB1 และ RB2 เพราะตัวเก็บประจุ C1 ในสภาวะแรกยังไม่มีการประจุแรงดัน ไม่มีศกั ย์ตกคร่ อม C1 การ ประจุแรงดันของ C1 มีกระแสไหลผ่านจาก +V ผ่าน R1 ไปประจุที C1 บนบวกล่างลบ R1 กําหนดการประจุของ C1 ให้ชา้ หรื อเร็ ว.
(9) 101. (ก) วงจรรี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ VB1. t VB2. t VE VP VV t0. t1. t2. t3. t. (ข) รู ปสัญญาณที จุดต่าง ๆ ของวงจรรี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ ภาพที 5.8 วงจรและรู ปสัญญาณรี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 89) กระแสจากแหล่งแรงดัน V ไหลผ่าน R1 เข้าประจุใน C1 ทําให้แรงดันตกคร่ อม C1 เพิ มขึBน เมื อแรงดันที ขา E มีค่ามากกว่าแรงดันระหว่างรอยต่อ RB1 และ RB2+ 0.6V ภายในยูเจที ทําให้ไดโอดระหว่างรอยต่อ PN ของยูเจทีได้รับไบอัสตรงนํากระแสเป็ นผลจ่ายแรงดันระหว่าง E กับกราวด์ลดตํ าลง เพราะค่า RB1 ลดค่าลงมาก C1 คายประจุผา่ น R3 ลงกราวด์อย่างรวดเร็ ว.
(10) 102. ช่วงเวลาการคายประจุของ C1 จะเร็ วมากเพราะใช้ R3 ค่าตํ า แรงดันตกคร่ อม C1 ลดลงรวดเร็ ว กระแสที ไหลผ่านจะเป็ นพัลส์ เมื อ C1 คายประจุจนค่าแรงดันมีค่าน้อยลง โดยเทียบ กับแรงดันที จุด B1 เป็ นผลให้ไดโอดระหว่างรอยต่อ PN ในยูเจทีได้รับไบอัสกลับ ค่า RB1 เพิ มค่า อย่างรวดเร็ ว C1 เพิ มค่าอย่างรวดเร็ ว C1 หยุดการคายประจุและเริ มประจุแรงดันใหม่อีกครัBง การทํางานจะเป็ นเช่นนีBเรื อยไป การทํางานดังกล่าวทําให้เกิดเป็ นสัญญาณไฟสลับส่ งออก แต่จะมีเอาท์พุทต่างกันคือ สัญญาณส่ งออกที VE เป็ นสัญญาณสัญญาณฟั นเลื อย สัญญาณส่ งออกที VB1 เป็ นสัญญาณพัลส์ แบบบวกและสัญญาณส่ งออกที VB2 เป็ นสัญญาณพัลส์แบบลบ มีตาํ แหน่งการเกิดพร้อมกัน ช่วงเวลาการเกิดถ้าต้องการเปลี ยนความถี ในการเกิดสัญญาณให้ได้ค่าตามต้องการ สามารถทําได้ โดยเปลี ยนค่าความต้านทาน R1 และค่าความจุ C1 ส่ วนมากนิยมใช้การปรับเปลี ยน R1 เพราะง่าย และสะดวกในการใช้งานและมักมีตวั ต้านทานค่าคงที ต่ออันดับเพิ มเข้าไปอีกหนึ งตัว ดังภาพที 5.9. ภาพที 5.9 วงจรรี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ แบบปรับค่าได้ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 86) 5.5.2 วงจรหน่วงเวลาการเปิ ดไฟ เป็ นวงจรที นาํ วงจรรี แลกเซชัน ออสซิ ลเลเตอร์ ไป ทํางานร่ วมกับเอสซี อาร์ โดยใช้วงจรรี แลกเซชัน ออสซิ ลเลเตอร์ ไปกระตุน้ ขาเกทของ เอสซี อาร์ ให้ ทํางาน การกําหนดเวลาในการกระตุน้ ของวงจรรี แลกเซชัน ออสซิ ลเลเตอร์ โดยการปรับเปลี ยน ค่าความต้านทานและค่าความจุที ต่อร่ วมขา E ของ ยูเจที วงจรแสดงดังภาพที 5.10.
(11) 103. ภาพที 5.10 วงจรหน่วงเวลาเปิ ดไฟ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 86) ภาพที 5.10 ชุดหน่วงเวลาใช้วงจรรี แลกเซชัน ออสซิ ลเลเตอร์ สวิทช์ควบคุมให้ หลอดไฟติดสว่างโดยใช้เอสซี อาร์ ประกอบด้วย VR1, R1 และ C1 เป็ นวงจรกําหนดเวลาทําให้ยเู จ ทีนาํ กระแส R3 เป็ นโหลดของยูเจทีเพื อป้ อนเอาท์พุทออก R4 และ C2 เป็ นฟิ ลเตอร์ สัญญาณพัลส์ ที ส่งจาก R3 เพื อกระตุน้ ขา G ของเอสซี อาร์ การทํางานเมื อเริ มต่อสวิทช์ S1 มีแรงดัน V ป้ อนเข้าวงจร C1 เริ มประจุแรงดัน การกําหนดเวลาทําได้โดยการปรับ VR1 ปรับ VR1 น้อย C1 ประจุได้เร็ ว ยูเจทีทาํ งานเร็ วปรับ VR1 มาก C1 ประจุชา้ ลงยูเจที ทํางานช้าลง C1 ประจุแรงดัน เพิ มขึBนจนยูเจทีทาํ งาน มีสัญญาณพัลส์บวกตกคร่ อม R3 ป้ อนผ่าน R4, C2 ไปกระตุน้ ขา G ของ เอสซี อาร์ ทําให้เอสซี อาร์ นาํ กระแสหลอดไฟ LP1 สว่างและสว่างเช่นนีBตลอดเวลา จนกว่าจะตัด สวิทช์ S1 ออกจากวงจร ส่ วนวงจรรี แลกเซชัน ออสซิ ลเลเตอร์ ทํางานและหยุดทํางานตามจังหวะ การประจุและคายประจุของ C1 และมีแรงดันพัลส์กระตุน้ ที ขา G ของเอสซี อาร์ ตลอดเวลาการ ทํางานของวงจร 5.5.3 วงจรหน่วงเวลาหยุดทํางานโดยอัตโนมัติ เป็ นวงจรตัBงเวลาการหยุดทํางานโดย ใช้วงจรรี แลกเซชัน ออสซิ ลเลเตอร์ และเอสซี อาร์ เป็ นวงจรในการควบคุม ส่ วนเวลาหยุดทํางานของ วงจรจะถูกกําหนดด้วยวงจรเวลาคงที RC ที ต่อกับขา E ของยูเจที ดังภาพที 5.11.
(12) 104. ภาพที 5.11 วงจรหน่วงเวลาหยุดทํางานโดยอัตโนมัติ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 93) ภาพที 5.11 วงจรหน่วงเวลาหยุดทํางานอัตโนมัติโดยใช้ยเู จทีและเอสซี อาร์ ประกอบด้วย VR1, R5 และ C2 เป็ นวงจรกําหนดเวลาในการทํางานของยูเจทีและเอสซี อาร์ R4 เป็ น โหลดของวงจร เพื อส่ งสัญญาณพัลส์ที เกิดขึBนที ขา B1 ป้ อนผ่านให้ขา G ของเอสซี อาร์ ตัว R2 และ C1 เป็ นวงจรฟิ ลเตอร์ เพื อกําหนดระดับพัลส์ที ได้ออกมาจากขา B1 ก่อนส่ งให้ขา G ของเอสซี อาร์ Q1 คือ เอสซี อาร์ เป็ นสวิทช์อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการหยุดทํางานของขดลวดรี เลย์ RLA ไดโอด D1 ป้ องกันสัญญาณรบกวนที เกิดจากขดลวดรี เลย์ RLA ที ไปรบกวนเอสซี อาร์ และกําหนดขัBว แรงดันที ป้อนให้ขดลวดรี เลย์ RLA ขดลวดรี เลย์ RLA เป็ นตัวควบคุมให้หน้าสัมผัสรี เลย์ RLA1 ซึ งเป็ นปกติเปิ ด (N.O.) ตัดต่อแรงดัน V ที จ่ายให้วงจรและโหลดและสวิทช์ S1 เป็ นสวิทช์กดเพื อ เริ มต้นการทํางาน เป็ นสวิทช์ชนิดกดติดปล่อยดับ การทํางานเมื อกดสวิทช์ S1 มีแรงดันจาก แหล่งจ่าย V ให้วงจร ขดลวดรี เลย์ RLA ได้รับแรงดัน V เกิดอํานาจแม่เหล็กดึงหน้าสัมผัส RLA1 ต่อกัน จ่ายแรงดัน V ให้วงจรและขดลวดรี เลย์ RLA ตลอดเวลา ถึงแม้ปล่อยมือการกดสวิทช์ S1 ยังมีแรงดันให้ให้วงจรอยู่ ขดลวดรี เลย์ RLA และโหลดยังมีแรงดันให้ให้ทาํ งานได้ต่อไป การทํางานเมื อกดสวิทช์ S1 แรงดันจ่ายให้วงจร วงจรกําหนดค่าเวลาคงที VR1, R5 และ C1 เริ มทํางาน C1 เริ มประจุแรงดันไว้ มีแรงดันบวกจาก C1 จ่ายให้ยเู จทีทาํ งานมีศกั ย์ตก คร่ อม R4 เป็ นสัญลักษณ์พลั ส์บวกผ่าน R2 และ C1 ต่อไปกระตุน้ ขา G ของเอสซี อาร์ เอสซี อาร์ นํากระแสผ่าน R1 และเอสซี อาร์ ความต้านทานในเอสซี อาร์ ต าํ ลงเสมือนช๊อตขา A และ K รี เลย์ RLA ด้านที ต่อกับขา A ของเอสซี อาร์ ถูกช๊อตลงกราวด์ ไม่มีกระแสไหลผ่านสนามแม่เหล็กของ รี เลย์ RLA ทําให้ยบุ ตัว หน้าสัมผัสรี เลย์ RLA1 เปิ ด วงจรหยุดการทํางาน โหลดหยุดการทํางาน ถ้าต้องการให้ทาํ งานใหม่ตอ้ งกดสวิทช์ S1 ใหม่ มีการทํางานอีกครัBง ถ้าต้องการใช้โหลดแรงดันไฟ สลับ ทําได้โดยใช้รีเลย์ RLA ที มีหน้าสัมผัสมากกว่าหนึ งชุด ชุดแรกต่อวงจรตามภาพที 5.11 ที.
(13) 105. RLA1 ส่ วนชุดที สองไปต่ออันดับกับโหลด โดยใช้ชุดที เป็ นปกติเปิ ด (N.O.) และตัดโหลดออกจาก วงจรตามภาพที 5.12 ต่อกับแหล่งจ่ายแรงดันไฟสลับ ดังภาพที 5.12. ภาพที 5.12 การใช้โหลดกับแรงดันไฟสลับ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 94) 5.5.4. วงจรควบคุมเปิ ดปิ ดไฟด้วยแสง วงจรควบคุมการเปิ ดปิ ดไฟด้วยแสงจากดวง อาทิตย์ หลอดไฟสว่างขึBนเมื อแสงจากดวงอาทิตย์มืดลงหรื อเวลากลางคืน และหลอดไฟดับเมื อ ถูกแสงอาทิตย์หรื อเวลากลางวัน สวิทช์การตัดต่อแรงดันไฟสลับที ให้หลอดไฟใช้ไตรแอก ยูเจที เป็ นตัวป้ อนแรงดันกระตุน้ ให้ขา G ไตรแอก ส่ วนการควบคุมให้ยเู จที ทํางานขึBนอยูก่ บั ตัวเปลี ยน ค่าความต้านทานตามแสงหรื อ LDR วงจรแสดงดังภาพที 5.13. ภาพที 5.13 วงจรควบคุมการเปิ ดปิ ดไฟด้วยแสง ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 94) ภาพที 5.13 วงจรควบคุมการเปิ ดปิ ดไฟด้วยแสง ประกอบด้วย R1 ตัวต้านทาน ลดค่าแรงดันที ให้ให้ซีเนอร์ ไดโอด ZD1 และวงจรยูเจที D1 เป็ นเร็ กติไฟเออร์ แปลงแรงดันไฟสลับ เป็ นแรงดันไฟตรงเฉพาะช่วงบวกให้ให้ ZD1 วงจรยูเจที C2 เป็ นฟิ ลเตอร์ แรงดันผ่านเร็ กติไฟเออร์.
(14) 106. ให้เรี ยบเป็ นแรงดันไฟตรง ซี เนอร์ ไดโอด ZD1 กําหนดค่าแรงดันไฟตรงให้คงที ให้ยเู จที VR1 และ LDR ต่อวงจรแบบแบ่งแรงดัน เพื อจ่ายแรงดันขา E ของยูเจที ตัว VR1 ปรับสภาวะแรงดันที. เหมาะสมให้ LDR ในการควบคุมการทํางานของยูเจที LDR จะเปลี ยนค่าความต้านทานตามแสง ที ตกกระทบ แสงอาทิตย์มาก LDR มีค่าความต้านทานตํ า แสงอาทิตย์สว่างน้อย LDR มีค่าความ ต้านทานมากขึBน จนไม่มีแสง LDR มีค่าความต้านทานมากที สุด D2, R4, และ C1 เป็ นชุดฟิ ลเตอร์ กําหนดแรงดันไฟตรงเฉพาะช่วงบวกให้ขา E ของยูเจที R3 เป็ นโหลดรับแรงดันพัลส์ เอาท์พุท ป้ อนให้ขา G ของไตรแอก การทํางานเมื อต่อสวิทช์ S1 จ่ายแรงดันไฟสลับเข้าวงจร ไดโอด D1 จะเร็ กติไฟเออร์ แรงดันช่วงบวกออกมาจ่ายให้ซีเนอร์ ไดโอด ZD1 การกําหนดแรงดันให้วงจรยูเจที มี C2 เป็ นฟิ ลเตอร์ แรงดันไฟตรงให้เรี ยบ ยูเจทีทาํ งานเมื อมีแสงมาตกกระทบ LDR น้อยหรื อไม่มี แสงตกกระทบ การปรับความไวในการทํางาน LDR ทําได้โดยการปรับค่าความต้านทาน VR1 ให้เหมาะสม การทดลองปรับแต่ง ขณะไม่มีแสงมาตกกระทบ LDR นัBนค่าความต้านทาน LDR จะสู ง มีแรงดันบวกตกคร่ อมขาบนของ LDR สู ง ให้เป็ นไบอัสให้ขา E ของยูเจทีทาํ งานให้พลั ส์ บวกออกที ขา B1 ป้ อนไปกระตุน้ ขา G ของไตรแอกทํางาน หลอดไฟ LP1 ติดตลอดเวลา ขณะมีแสงสว่างตกกระทบ LDR มาก LDR มีค่าความต้านทานลดตํ าลง ทํา ให้แรงดันบวกตกคร่ อม LDR น้อยลงตํ ากว่าแรงดันบวกที ตกคร่ อมบนขา R3 ยูเจทีไม่ทาํ งานและ ไม่กาํ เนิดแรงดันพัลส์บวกออกมาที ขา B1 ขา G ของไตรแอกไม่มีแรงดันกระตุน้ ไตรแอกไม่ นํากระแสหลอดไฟ LP1 ไม่สว่าง ดังนัBนหลอดไฟ LP1 ถูกปิ ดเปิ ดได้โดยอัตโนมัติ โดยควบคุม การทํางานของวงจรหรื อหยุดทํางานของวงจร ด้วย LDR ต้องมีค่าเหมาะสมกับตัวต้านทานปรับ ค่าได้ VR1 การทดลองครัBงแรกให้แสงตกกระทบ LDR มาก LP1 ต้องดับโดยการปรับ VR1 ให้มี ค่าความต้านทานสู ง จากนัBนใช้กระดาษดําหรื อมือปิ ดที รับแสงของ LDR ไว้ค่อยๆปรับค่า VR1 ลงมาจนหลอดสว่าง หรื อเอากระดาษดําหรื อมือที บงั LDR ออก LP1 ต้องดับ ทําเช่นนีBจนได้ ตําแหน่งที เหมาะสมที สุด การทํางานและหยุดทํางานโดยใช้เอสซี อาร์ เป็ นวงจรตัBงเวลาการหยุดทํางาน โดยอัตโนมัติ การควบคุมการหยุดทํางานด้วยวงจรรี แลกเซซัน ออสซิ ลเตอร์ และเอสซี อาร์ ส่ วน การควบคุมให้ทาํ งานใช้เอสซี อาร์ เป็ นสวิทช์ต่อโหลด ดังภาพที 5.14.
(15) 107. ภาพที 5.14 วงจรทํางานและหยุดทํางานโดยใช้เอสซี อาร์ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 96) ภาพที 5.14 วงจรทํางานและหยุดทํางานโดยใช้เอสซี อาร์ ประกอบด้วย SCR 1 เป็ นสวิทช์ต่อโหลดให้ทาํ งาน สวิทช์ S1 เป็ นสวิทช์สตาร์ ทให้เอสซี อาร์ ทํางาน R1, R2 เป็ นวงจร แบ่งแรงดันเพื อจ่ายแรงดันบวกกระตุน้ ขา G ของเอสซี อาร์ C1 เป็ นฟิ ลเตอร์ C2 ประจุและคายประจุ แรงดัน เพื อควบคุมให้ SCR1 และ SCR 2 หยุดทํางาน R4 , C3 เป็ นวงจรฟิ ลเตอร์ แรงดันที ให้ขา G ของ SCR 2 แรงดันที ป้อนจะเป็ นพัลส์บวกที ป้อนมาจากขา B1 R3 เป็ นโหลดของ SCR 2 ป้ องกัน SCR 2 ชํารุ ด R6 เป็ นโหลดของยูเจที เพื อรับพัลส์บวกป้ อนให้ขา G ของ SCR 2 วงจร R7, C4 เป็ น วงจรกําหนดเวลาทํางานของยูเจที การทํางานของวงจรเริ มจ่ายแรงดัน V วงจรครัBงแรกมีไฟบวก ขา A และลบขา K และ SCR 1 แต่ SCR 2 ทัBง 2 ยังไม่นาํ กระแสเพราะที ขา G ของเอสซี อาร์ ทB งั สองยังไม่มีไฟบวกมากระตุน้ เวลาเดียวกันยูเจทียงั ไม่ทาํ งาน C4 เริ มประจุแรงดันไว้บนบวกล่างลบ ค่อยเพิ มค่าสู งขึBนจนยูเจทีทาํ งานจ่ายแรงดันพัลส์บวกออกมาที ขา B1 ให้ผา่ น R4, C3 ไปกระตุน้ ขา G ของ SCR 2 ให้ทาํ งานช็อตขา C2 ด้านขวาลงกราวด์ C2 ประจุแรงดันจากแหล่งให้ V โดยผ่านทาง โหลดมีศกั ย์ตกคร่ อม C2 ซ้ายบวกขวาลบจน C2 ประจุเต็มก็หยุดประจุ แต่ SCR 2 ยังทํางานต่อไป มีกระแสไหลผ่าน R3 ลงกราวด์ เมื อกดสวิทช์ S1 แบบกดติดปล่อยดับ เพื อต่อแรงดันบวกมาตกคร่ อมขาบน R2 ให้ผา่ นไปกระตุน้ ขา G ของ SCR 1 ให้ทาํ งานมีกระแสไหลผ่านโหลดโหลดทํางาน การที SCR 1 ทํางานจะช็อตขาด้านซ้ายของ C2 ลงกราวด์ C2 เริ มคายประจุบวกด้านซ้ายผ่าน SCR 1 ไป SCR 2 ครบวงจรที ขB วั ลบด้านขวา การทํางานของ C2 มีแรงดันของ C2 ไปให้ให้ SCR 2 เป็ นไบอัสกลับคือ ขา A มีศกั ย์เป็ นลบ ขา K มีศกั ย์เป็ นบวกทําให้ เอสซี อาร์ หยุดนํากระแส ส่ วนโหลดไม่มีผลยังคง ทํางานปกติเพราะถูกต่อวงจรโดย SCR 1 และ C2 ประจุแรงดันใหม่อีกครัBงเป็ นซ้ายลบขวาจนเต็ม.
(16) 108. ถ้าสัญญาณพัลส์จากขา B1 ของยูเจทีป้อนเข้ามากระตุน้ ขา G ของ SCR 2 อีก ครัBง โดยกําหนดเวลาการทํางานได้จาก R7, C4 ตัว SCR 2 นํากระแสอีก C2 คายประจุบวกทาง ด้านขวาผ่าน SCR 2 ไป SCR 1 ครบวงจรที ลบด้านซ้าย ทําให้แรงดันจาก C2 ให้เป็ นไบอัสกลับ ให้ SCR 1 SCR 1 หยุดนํากระแสเสมือนสวิทช์ตดั วงจร ตัดโหลดออกจากแหล่งจ่ายแรงดัน V โหลดหยุดทํางาน ถ้าต้องการให้ SCR 1 ทํางานอีกครัBงต้องกดปุ่ มสวิทช์ S1 ตัว SCR 1 นํากระแส การทํางานจะเป็ นเช่นนีBตลอดเวลา 5.5.5 วงจรไฟกระพริ บแบบเรี ยงลําดับ เป็ นวงจรที ใช้รีแลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ ควบคุมเอสซี อาร์ ไปทําให้หลอดไฟติดสว่างเรี ยงลําดับและใช้รีเลย์ควบคุมการหยุดทํางานของ วงจร ดังภาพที 5.15. ภาพที 5.15 วงจรไฟกระพริ บแบบเรี ยงลําดับ ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 97) ภาพที 5.15 วงจรไฟกระพริ บเรี ยงลําดับควบคุมด้วยยูเจที เอสซี อาร์ รี เลย์และ ทรานซี สเตอร์ วงจรกําหนดเวลาการทํางานของยูเจที ประกอบด้วย R1C1, R5C2, R9C3 ทัBง Q1, Q2 และ Q3 ตามลําดับ R4, R8, R11 และ D1, D2 เป็ นโหลดที ขา B1 ของยูเจทีแต่ละตัวตาม ลําดับ เพื อ ป้ อนแรงดันพัลส์บวกไปกระตุน้ ขา G และเอสซี อาร์ แต่ละ R3, R7 เป็ นตัวต้านไฟกระโชกขา G ของเอสซี อาร์ แต่ละตัว ไดโอด D3 กําหนดแรงดันบวกป้ อนให้ขา B ของ Q4 ช้าลง ทรานซี สเตอร์ Q4, Q5 ต่อวงจรแบบดาร์ ลิงตัน ควบคุมการทํางานและหยุดทํางานของรี เลย์ RLA เป็ นรี เลย์มี หน้าสัมผัสรี เลย์ RLA1 เป็ นชนิดปกติปิด (N.C.) การทํางานของวงจรเริ มต่อสวิทช์ S1 เข้าวงจรมี แรงดัน V ให้ผา่ นหน้าสัมผัส RLA1 เข้าวงจรได้เพราะหน้าสัมผัส RLA1 เป็ นชนิดปกติปิด LP1 สว่างและมีแรงดันให้ผา่ นประจุที C1 กําหนดค่าเวลาโดย R1, C1 และ E ของ Q1 มีศกั ย์เป็ นบวก.
(17) 109. มากขึBน จน Q1 ทํางานให้พลั ส์บวกที ขา B1 ไปกระตุน้ ขา G ของเอสซี อาร์ ให้ทาํ งาน มีแรงดันให้ ผ่าน SCR1 ไปทําให้ LP2 สว่าง การที SCR 1 ทํางานจะมีแรงดันบวกป้ อนให้ R5, C2 ตัว C2 ประจุแรงดันจนถึง เวลาที กาํ หนดด้วยค่า R5, C2 ตัว Q2 เริ มทํางานให้พลั ส์บวกที ขา B1 ไปกระตุน้ ขา G ของ SCR 1 ให้ทาํ งาน มีแรงดันให้ผา่ น SCR 2 ไปทําให้ LP3 สว่าง การที SCR 2 ทํางานมีแรงดันบวกป้ อนให้ R9, C3 ตัว C3 ประจุแรงดันจนถึง เวลาที กาํ หนดด้วยค่า R9, C3 ตัว Q3 เริ มทํางานให้พลั ส์บวกออกที ขา B1 ไปให้ขา B ของ Q4 โดย ถูกกําหนดขัBวและขนาดของพัลส์บวกไปจ่ายไบอัสตรงให้ขา B ของ Q4 ทําให้ Q4 ทํางานจ่าย ไบอัสตรงให้ขา B ของ Q5 ทรานซี สเตอร์ Q4, Q5 ทํางาน มีแรงดันตกคร่ อมขดลวดรี เลย์ RLA ขดลวดรี เลย์ RLA เกิดสนามแม่เหล็กดึงหน้าสัมผัส RLA1 แยกออกจากกัน ตัดแหล่งจ่ายแรงดัน V ออกจากวงจร LP1, LP2 และ LP3 ดับ และวงจรหยุดทํางาน ขดลวดรี เลย์ RLA หมดอํานาจ แม่เหล็กหน้าสัมผัสรี เลย์ RLA1 เริ มต่อวงจรอีกครัBง หลอดไฟ LP1 สว่างอีกครัBง การทํางานจะ เป็ นเช่นนีBตลอดเวลา ทําให้หลอดไฟติดสว่างเรี ยงลําดับและดับสลับกันตลอดเวลา ถ้าต้องการเพิ มจํานวนหลอดไฟ สามารถทําได้โดยเพิ มวงจรรี แอกเซซัน. ออสซิ ลเลเตอร์ เพิ มวงจรเอสซี อาร์ และเพิ มหลอดไฟเข้าไปในลักษณะตามเดิมก็จะทําให้เกิดการ กระพริ บของหลอดไฟมากดวงยิง ขึBน 5.5.6 การใช้ยเู จทีควบคุมวงจรเร็ กติไฟเออร์ ของเอสซี อาร์ วงจรที ใช้รีแอกเซซัน. ออสซิ ลเลเตอร์ ควบคุมการเร็ กติไฟเออร์ ของเอสซี อาร์ โดยควบคุมและปรับเปลี ยนเฟสการเร็ กติไฟ ดังภาพที 5.16. ภาพที 5.16 วงจรเร็ กติไฟเออร์ ของเอสซี อาร์ ควบคุมโดยยูเจที ที มา : (ทฤษฎีอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรม 1. 2537, หน้า 98).
(18) 110. จากภาพที 5.16 เป็ นวงจรเร็ กติไฟเออร์ ของเอสซี อาร์ ควบคุมเฟสเร็ กติไฟเออร์ รี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ ประกอบด้วย R1 จํากัดและกระแสที ไหลผ่านซี เนอร์ ไดโอด ZD1 ไม่ให้ มากเกินไป ZD1 เป็ นซี เนอร์ ไดโอดกําหนดค่าแรงดันให้ให้วงจรรี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ R2, C1 เป็ นวงจรกําหนดเวลาการทํางานของยูเจที R4 เป็ นโหลดของยูเจทีส่งแรงดันพัลส์บวกไปเอาท์พุท R5, R6, R7 ตัวต้านทานจํากัดกระแสกระตุน้ ขา G ของ SCR1 และ SCR 2 ตัว SCR 1 และ SCR 2 ทํา หน้าที เร็ กติไฟเออร์ ที ควบคุมเฟสได้ R8 เป็ นโหลดของการเร็ กติไฟเออร์ D1, D2 เป็ นไดโอดเร็ กติ ไฟเออร์ แปลงแรงดันไฟสลับเป็ นไฟตรงให้วงจรยูเจทีและ ZD1 การทํางานของวงจรเริ มจ่าย แรงดันไฟสลับเข้าที T1 ทางขดทุติยภูมิให้ผา่ นไดโอด D1, D2 แปลงเป็ นแรงดันไฟตรงไป R1 และ ZD1 จ่ายแรงดันไฟตรงให้วงจรรี แลกเซซัน ออสซิ ลเลเตอร์ C1 เริ มประจุแรงดันช่วงบวกให้ขา E ของยูเจทีเพิ มมากขึBน จนถึงระยะเวลาที กาํ หนดของ R2, C1 ทําให้ยเู จที ทํางานป้ อนแรงดันพัลส์ บวกออกมาที ขา B1 ไปกระตุน้ ขา G ของ SCR 1 และ SCR 2 พร้อมกัน SCR 1 และ SCR 2 เมื อได้ แรงดันพัลส์บวกกระตุน้ ที ขา G เอสซี อาร์ ตัวใดจะนํากระแสขึBนอยูก่ บั แรงดันไฟสลับที ป้อนจาก ขดทุติภูมิของ T1 มาขา A ของเอสซี อาร์ ทB งั 2 ตัว ตัวใดได้รับแรงดันบวกที ขา A ตัวนัBนจะ นํากระแสและเอสซี อาร์ ทB งั 2 ตัวจะทํางานสลับกันตัวละครัBง การควบคุมเฟสของแรงดันเร็ กติไฟ เออร์ ของเอสซี อาร์ ตกคร่ อม โหลด R8 ทําได้โดยปรับเปลี ยนเวลาของ R2, C1 เพื อเปลี ยนเวลา กําเนิดสัญญาณกระตุน้ ออกที ขา B1 ของยูเจที การเร็ กติไฟเออร์ แบบเป็ นแบบเต็มคลื น 5.6 การตรวจสอบยูเจที ยูนิจงั ชัน ทรานซิ สเตอร์ หรื อ ยูเจที (Unijunction Transistor ; UJT) เป็ นอุปกรณ์ที ทนกําลัง ไฟตํ า สามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น วงจรออสซิ ลเลเตอร์ วงจรทริ กเกอร์ วงจรกําเนิ ด สัญญาณฟันเลื อย วงจรควบคุมเฟส เป็ นต้น การหาขาของยูเจที มีลาํ ดับการปฏิบตั ิดงั นีB - ตัBงเร้นจ์วดั ความต้านทานที ×1 K - ปรับซี โร่ โอห์ม - ทําการวัดทัBงหมด 6 ครัBง เช่นเดียวกับการหาขาเบสของทรานซิ สเตอร์ การวัด จากการวัดทัBง 6 ครัBง จะมีอยู่ 4 ครัBงที สามารถอ่านค่าความต้านทานได้และมี 2 ครัBงที อ่านค่าความต้านทานได้เป็ นอนันต์ โดยที วงจรเทียบเท่า (ไม่สามารถนํามาแทนยูเจที ได้จริ ง) ของยูเจที ดังภาพที 5.17.
(19) 111. จากวงจรเทียบยูเจที รู ป 5.17 เห็นว่ามี 2 ครัBง ที อ่านค่าความต้านทานได้เท่กนั ซึ งในการวัด 2 ครัBง คือการวัดที ขาเบส 2 กับขาเบส 1 นัBนเอง โดยที. RB2 คือ ตัวต้านทานเสมือนที อยูใ่ น ยูเจที ที ขาเบส 2 RB1 คือ ตัวต้านทานเสมือนที อยูท่ ี ยูเจที ที ขาเบส 1 ดังนัน ค่าความต้านทานได้ในการวัด 2 ครัBง ที ค่าความต้านทานเท่ากันจะได้ เท่ากับ RB2 + RB1 ระหว่างขาเบส 2 กับเบส 1 และขาที เหลืออีกหนึ งขาคือ ขาอิมิตเตอร์. ภาพที 5.17 แสดงสัญลักษณ์และวงจรเทียบเท่าของยูเจที ที มา : (การตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ . 2541, หน้า 37) การวัดค่าความต้านทาน 2 ครัBงที เหลือจาก 4 ครัBง ที สามารถอ่านค่าความ ต้านทานได้คือ การวัดค่าความต้านทานคร่ อมระหว่างขาเบส 2 กับขาเบสอิมิตเตอร์ และระหว่างขา เบส 1 กับขาอิมิตเตอร์ นน ั เอง โดยการวัดค่าความต้านทานคร่ อมระหว่างขาเบส 2 กับ ขาอิมิตเตอร์ นB นั สายวัด สี ดาํ จากแจ็กลบแตะที ขาอิมิตเตอร์ และสายวัดสี แดงจากแจ็กบวกจะแตะที ขาเบส 2 เปรี ยบเสมือน การวัดไดโอดแบบฟอร์ เวิร์ด แต่ค่าความต้านทานที วดั ได้เป็ นค่าของ RB2 การวัดค่าความต้านทานคร่ อมระหว่างขาเบส 1 กับขาอิมิตเตอร์ นB นั สายวัดสี ดาํ จากแจ็กลบจะแตะที ขาอิมิตเตอร์ และสายวัดสี แดงจากแจ็กบวกจะแตะที ขาเบส 1 เปรี ยบเสมือน การวัดไดโอดแบบฟอร์ เวิร์ด แต่ค่าความต้านทานที วดั ได้เป็ นค่าของ RB1 ดังนัBนค่าความต้านทานที คร่ อมระหว่างเบส 2 กับเบส 1 ต้องเท่ากับค่าความ ต้านทานที คร่ อมระหว่างอิมิตเตอร์ กบั เบส 2 รวมกับค่าความต้านทานที คร่ อมระหว่างอิมิตเตอร์ กบั เบส 1 ดังภาพที 5.18.
(20) 112. ภาพที 5.18 ลําดับและผลการหาขาเบส 2 และเบส 1 ของยูเจที ที มา : (การตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ . 2541, หน้า 37). ภาพที 5.19 แสดงค่าความต้านทานระหว่างขาเบส 2 กับเบส 1 ที มา : (การตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ . 2541, หน้า 28) ภาพที 5.19 ถ้าค่าความต้านทานของ RB1 รวมกับ RB2 ไม่เท่ากับค่าความ ต้านทานระหว่างขาเบส 1 กับขาเบส 2 คือมีค่าความต้านทานที แตกต่างมาก แสดงว่ายูเจที ชํารุ ด ในลักษณะค่าความต้านทาน RB1 เพิ มหรื อใน RB2 เพิ ม.
(21) 113. ถ้าทําการวัด 6 ครัBงแล้ว อ่านค่าความต้านทานเป็ นอนันต์ทB งั หมดแสดงว่า ยูเจที เสี ยในลักษณะขาด จากภาพที 5.19 ถ้าทําการวัดค่าความต้านทานระหว่างอิมิตเตอร์ กบั เบส 2 และ เบส 1 ปรากฏว่าได้ค่าความต้านทานเป็ นอนันต์ แสดงว่ายูเจทีชาํ รุ ดลักษณะอิมิตเตอร์ กบั เบสขาด บทสรุ ป ยูเจทีเป็ นอุปกรณ์สารกึ งตัวนําชนิด 2 รอยต่อ ไม่จดั อยูใ่ นสารกึ งตัวนําชนิ ดไทริ สเตอร์ การใช้งานต้องทํางานร่ วมกับเอสซี อาร์ ไตรแอกและไดแอกเสมอ ยูเจทีมีขาใช้งาน 3 ขา ขาที. ต่อมาจากสารกึ งตัวนําชนิ ด N มีขา 2 ขาและขาที ต่อมาจากสารกึ งตัวนําชนิ ด P มีหนึ งขา ขาใช้ งานทัBง 3 ขามีขาเบส 1 (Base 1; B1) ขาเบส 2 (Base 2; B2) และขาอิมิตเตอร์ (Emitter; E) การจ่ายไบอัสต้องจ่ายไบอัสให้ถูกต้อง โดยจ่ายแรงดันบวกให้ขา B2 จ่ายแรงดันลบให้ขา B1 และขา E ต้องจ่ายแรงดันเป็ นบวกเมื อเทียบกับขา B1 การจ่ายไบอัสดังกล่าวยูเจทียงั ไม่นาํ กระแสจนกว่าแรงดันไบอัสบวกที ขา E จะไปทําให้ไดโอด D ตรงรอยต่อ PN เป็ นไบอัสตรงด้วย รายละเอียดและขีดจํากัดของยูเจทีเป็ นข้อมูลซึ งบอกถึงค่าจํากัดในการใช้งาน เพื อไม่ให้ อุปกรณ์ที ต่อร่ วมและยูเจทีเสี ยหาย แต่ละเบอร์ มีรายละเอียดและขีดจํากัดแตกต่างกัน ดังนีB การ สู ญเสี ยกําลังงาน กระแสอิมิตเตอร์ เป็ น RMS กระแสพัลส์สูงสุ ดที อิมิตเตอร์ แรงดันไบอัสกลับ ระหว่างเบส 2 กับอิมิตเตอร์ ย่านอุณหภูมิทาํ งานตรงรอยต่อ แรงดันระหว่างเบสทัBงสอง ย่าน อุณหภูมิสะสม อัตราส่ วนอินทริ นซิ กสแตนออฟ ความต้านทานระหว่างเบส แรงดันอิ มตัวระหว่าง อิมิตเตอร์ และเบส 1 กระแสไบอัสกลับที อิมิตเตอร์ อิมิตเตอร์ ที จุดยอด กระแสอิมิตเตอร์ ที จุด แรงดันตํ าสุ ด และกําเนิดความถี ได้สูงสุ ด การตรวจสอบยูเจที มีลาํ ดับการปฏิบตั ิดงั นีB - ตัBงเร้นจ์วดั ความต้านทานที ×1 K - ปรับซี โร่ โอห์ม - ทําการวัดทัBงหมด 6 ครัBง เช่นเดียวกับการหาขาเบสของทรานซิ สเตอร์ การวัด จากการวัดทัBง 6 ครัBง จะมีอยู่ 4 ครัBงที สามารถอ่านค่าความต้านทานได้และมี 2 ครัBงที. อ่านค่าความต้านทานได้เป็ นอนันต์ โดยที วงจรเทียบเท่า (ไม่สามารถนํามาแทนยูเจที ได้จริ ง) ของ ยูเจที.
Related documents
The objectives of this research were; (i) to test the ability of Sentinel-2 MSI derived data and vegetation indices in estimating the variations in leaf area index for
During the thesis work, I measured six different parameters: the number of emergency processes, hash table entry number, caching replacement policy, cache entry
Comments This can be a real eye-opener to learn what team members believe are requirements to succeed on your team. Teams often incorporate things into their “perfect team
In this lesson students examine the impact of lifestyle choices (food intake and physical activity) on energy balance and healthy weight.. Almost everything we eat and drink
While the citizens of EU Member States, EEA, Switzerland and the aforementioned Nordic countries may rather freely enter, reside and work in Denmark without obtaining any work
Como alternativa al capitalismo, el Vivir Bien valora la diversidad cultural para “crecer en hu- manidad”, da valor a las propuestas que defienden subordinar la economía a
This study surveyed the CAM knowledge, use, perception, and attitudes of Italian physicians who predominantly treat patients with chronic disease, including cancer.. Although 44%
The execution of the rigorous LCA including the development of mass and energy balances using data from various sources (literature review, data from site and information from