หนา ๔๓ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓
ระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด
วาดวยแนวทางการประสานงานคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยที่สมควรใหมีระเบียบกําหนดแนวทางในการประสานงานการดําเนินคดียาเสพติด ระหวางหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติด เพื่อใชเปนแนวทางในการประสานงาน และการปฏิบัติในการบังคับใชกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหเปนไปตามเจตนารมณของกฎหมาย สามารถดําเนินการกับผูกระทําความผิดตลอดทั้งดําเนินการกับทรัพยสินและขยายผลไปสู การดําเนินคดีกับผูกระทําผิดรายสําคัญและเครือขายไดอยางมีประสิทธิภาพและเปนธรรมแกผูตองหา หรือจําเลย อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๑๓ (๔) แหงพระราชบัญญัติ ปองกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ คณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด ออกระเบียบไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด วาดวยแนวทางการประสานงานคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๓” ขอ ๒ ระเบียบนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๓ ใหเลขาธิการคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติดรักษาการตามระเบียบนี้ หมวด ๑ ขอความทั่วไป ขอ ๔ ในระเบียบนี้ “การประสานงาน” หมายความวา การวางระบบการปฏิบัติงานของบุคลากรและหนวยงาน ที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติด ใหสามารถทํางานสอดคลองเปนแนวทางเดียวกัน โดยการทํางาน ไมซ้ําซอนและเปนการประสานอยางบูรณาการหลายเรื่องพรอม ๆ กัน เชน วัตถุประสงค ขอมูล สารสนเทศ ความคิดเห็น ความรวมมือหรือวิธีการที่จะปฏิบัติงานบรรลุเปาหมายในการดําเนินคดี ยาเสพติดโดยรวม เพื่อใหเกิดความเปนธรรมแกผูตองหาหรือจําเลยควบคูกับการบังคับใชกฎหมาย ไดอยางมีประสิทธิภาพหนา ๔๔ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ “คดียาเสพติดรายสําคัญ” หมายความวา คดียาเสพติดที่มีลักษณะอยางหนึ่งอยางใดหรือหลายอยาง ดังตอไปนี้ (๑) คดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายยาเสพติดฐานผลิต นําเขา สงออก จําหนาย หรือมีไว ในครอบครองเพื่อจําหนายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติ วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งเปนของกลางและมีปริมาณ หรือน้ําหนักอยางใด อยางหนึ่งดังตอไปนี้ ๑. เฮโรอีน น้ําหนักตั้งแต ๑ กิโลกรัมขึ้นไป ๒. เมทแอมเฟตามีน ตั้งแต ๑๐,๐๐๐ หนวยการใช หรือน้ําหนักตั้งแต ๑ กิโลกรัมขึ้นไป ๓. ไอซ น้ําหนักตั้งแต ๒๐๐ กรัมขึ้นไป ๔. เอ็กซตาซี่ (ยาอี) ตั้งแต ๑,๐๐๐ เม็ดหรือน้ําหนักตั้งแต ๒๕๐ กรัมขึ้นไป ๕. โคเคน น้ําหนักตั้งแต ๑ กิโลกรัมขึ้นไป ๖. ฝน น้ําหนักตั้งแต ๑๐ กิโลกรัมขึ้นไป ๗. กัญชา น้ําหนักตั้งแต ๑๐๐ กิโลกรัมขึ้นไป ๘. คีตามีน น้ําหนักตั้งแต ๑ กิโลกรัมขึ้นไป ๙. มิดาโซแลม ตั้งแต ๕๐๐ เม็ดขึ้นไป (๒) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฐานสมคบ สนับสนุน ชวยเหลือ หรือพยายามกระทํา ความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ (๓) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีการดําเนินงานเปนเครือขายหรือเปนขบวนการ หรือเปนองคกรอาชญากรรมและเปนเปาหมายของเจาหนาที่ปราบปรามวาเปนรายสําคัญ (๔) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ผูตองหาหรือจําเลยเปนเจาหนาที่ของรัฐ หรือเปน นักการเมืองหรือเปนผูมีอิทธิพลหรือเปนคดีที่ประชาชนใหความสนใจเปนพิเศษ (๕) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอื่น ๆ ที่หนวยงานที่เกี่ยวของเห็นวาเปนรายสําคัญ และมอบใหดําเนินการ “หนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติด” หมายความวา สํานักงานอัยการสูงสุด สํานักงานตํารวจแหงชาติ สํานักงาน ป.ป.ส. รวมทั้งหนวยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติด
หนา ๔๕ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ หมวด ๒ การประสานงาน สวนที่ ๑ ขอบเขต ขอ ๕ การประสานงานการดําเนินคดียาเสพติดตามระเบียบนี้ มีขอบเขตการดําเนินงาน ดังตอไปนี้ (๑) การประสานงานคดียาเสพติดจะตองอยูบนพื้นฐานของความรวมมือ ความโปรงใสและ ความไววางใจระหวางกันโดยที่มิใหเปนการแทรกแซงหรือกาวกายอํานาจหนาที่ของแตละฝาย ตามที่กฎหมายหรือระเบียบกําหนด (๒) ความรวมมือระหวางหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติด จะตองดําเนินการ เพื่อใหเกิดความเปนธรรมแกผูตองหาหรือจําเลยควบคูกับการบังคับใชกฎหมายอยางมีประสิทธิภาพ สวนที่ ๒ ชั้นจับกุม ขอ ๖ การจัดทําบันทึกการจับกุม ใหผูจับกุมหลีกเลี่ยงการนําแบบพิมพที่มีชองสําหรับ กาเครื่องหมายหรือขอความเกี่ยวกับพฤติการณการจับกุมมาใชในการจัดทําบันทึกการจับกุม ใหผูจับกุมแจงสิทธิตามกฎหมายใหผูตองหาทราบและนอกจากคํารับสารภาพของผูถูกจับ วาตนไดกระทําความผิดใหบันทึกถอยคําอื่นเกี่ยวกับการกระทําความผิดของผูตองหาไวโดยละเอียด เพื่อพิสูจนความผิดของผูตองหา กรณีการจับกุมผูกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทํา ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ หรือมาตรา ๘ ใหบันทึกวาเปนการจับกุม ผูตองหาตามกฎหมายขางตน หากผูจับกุมใชอํานาจในฐานะเจาพนักงาน ป.ป.ส. ควบคุมผูถูกจับไวเพื่อทําการสอบสวน ตามมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ใหบันทึกการใช อํานาจการควบคุมตัวในฐานะเจาพนักงาน ป.ป.ส. ดังกลาวใหปรากฏในบันทึกการจับกุมดวย
หนา ๔๖ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ขอ ๗ ใหผูจับกุมทุกคนตรวจสอบความถูกตองในการจัดทําบันทึกการจับกุมกอนลง ลายมือชื่อ โดยผูที่จะลงลายมือชื่อในฐานะที่เปนผูจับกุมจะตองเปนผูที่รวมทําการจับกุมผูตองหา ในขณะที่มีการจับกุมจริง สวนผูอื่นที่ไมไดรวมทําการจับกุม เชน ผูอํานวยการหรือผูชวยเหลือในการ จับกุมใหลงชื่อในฐานะนั้นได ขอ ๘ ผูจับกุมที่จะใหการตอพนักงานสอบสวนในฐานะเปนพยานผูจับกุมจะตอง เปนผูที่รวมทําการจับกุมผูตองหาในขณะที่มีการจับกุมจริงรวมทั้งทราบรายละเอียดและพฤติการณ ในการจับกุมเปนอยางดี ขอ ๙ ในกรณีที่ผูจับกุมถูกจําเลยอางเปนพยานในศาล ใหทําบันทึกรายงานขอเท็จจริง เสนอผูบังคับบัญชาเพื่อทราบ พรอมทั้งสงสําเนาบันทึกการรายงานขอเท็จจริงดังกลาวใหพนักงาน อัยการทราบลวงหนากอนวันสืบพยานและไปพบพนักงานอัยการในกรณีที่ไดรับแจงใหไปพบ ขอ ๑๐ การจับกุมผูตองหาคดียาเสพติดรายสําคัญ ใหผูจับกุมจัดใหมีการบันทึกภาพ และเสียงขณะบันทึกการจับกุมและซักถามผูตองหา รวมทั้งบันทึกภาพสถานที่จับกุมยาเสพติดและ ของกลางอื่น ๆ ซึ่งสามารถนําออกถายทอดไดอยางตอเนื่องไวเปนหลักฐานเทาที่สามารถกระทําได สวนที่ ๓ ชั้นสอบสวน ขอ ๑๑ การสอบคําใหการผูตองหาหรือพยานในคดียาเสพติดรายสําคัญ หรือการสอบ คําใหการผูตองหาในฐานะพยาน ใหพนักงานสอบสวนจัดใหมีการบันทึกภาพและเสียง ซึ่งสามารถ นําออกถายทอดไดอยางตอเนื่องไวเปนหลักฐานเทาที่สามารถทําได โดยแจงการบันทึกภาพ และเสียงดังกลาวใหผูตองหาหรือพยานทราบดวย ขอ ๑๒ ในคดีที่ผูตองหาถูกควบคุมหรือฝากขังในระหวางสอบสวน ใหพนักงานสอบสวน ถือปฏิบัติในการประสานงานและสงสํานวนการสอบสวนตามบันทึกกรมตํารวจที่ ๐๖๐๓.๒/๒๗๙๘ ลงวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๒ โดยระยะเวลาการสงสํานวนสามวันนั้น ใหถือระยะเวลาสามวันทําการ แตถามิใชเปนการสงสํานวนซึ่งครบกําหนดอํานาจควบคุมหรือฝากขังครั้งสุดทาย หากพนักงาน สอบสวนสงสํานวนการสอบสวนใหพนักงานอัยการโดยมีระยะเวลานอยกวาสามวันทําการ ก็ใหพนักงานอัยการรับสํานวนไว
หนา ๔๗ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ กรณีที่มีความจําเปนอยางแทจริงและไมสามารถสงสํานวนการสอบสวนใหพนักงานอัยการ กอนครบกําหนดอํานาจฝากขังครั้งสุดทายสามวันทําการ เชน พนักงานสอบสวนยื่นคํารองขอฝากขัง ผูตองหาตอศาลและศาลยกคํารอง พนักงานอัยการอาจพิจารณารับสํานวนการสอบสวนไวก็ได เพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอการดําเนินคดี แตถาเปนการสงสํานวนในวันครบกําหนดอํานาจควบคุม ฝากขังครั้งสุดทายพนักงานสอบสวนจะตองสงสํานวนใหพนักงานอัยการกอนเวลาสิบสองนาฬิกา และในสํานวนคดีที่มีความยุงยากซับซอนหรืออาจมีปญหาพนักงานสอบสวนตองอยูประสานงาน กับพนักงานอัยการผูตรวจสํานวนจนกวาศาลจะมีคําสั่งประทับรับฟอง กรณีที่มีการบันทึกภาพและเสียงใหพนักงานสอบสวนสงสิ่งบันทึกภาพและเสียง ใหพนักงานอัยการพรอมสํานวนการสอบสวน สํานวนคดีที่มีหลายขอหาซึ่งมีขอเท็จจริงยุงยากซับซอนและสงสํานวนใหพนักงานอัยการ ในวันครบกําหนดอํานาจควบคุมฝากขังครั้งสุดทาย พนักงานสอบสวนอาจแยกสํานวนการสอบสวน คดีขอหาอื่นออกจากสํานวนคดีขอหายาเสพติดกอนสงสํานวนการสอบสวนใหพนักงานอัยการก็ได การคืนสํานวนการสอบสวนที่รับไวจากพนักงานสอบสวนแลว ใหพนักงานอัยการ มีหนังสือโดยแจงเหตุผลในการคืนสํานวนใหพนักงานสอบสวนทราบ ขอ ๑๓ กรณีที่พนักงานสอบสวนสงสํานวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ โดยมี ความเห็นควรสั่งฟอง และเปนกรณีที่ผูตองหาไดรับการปลอยชั่วคราวโดยมีประกันหรือมีประกัน และหลักประกัน หากพนักงานอัยการเห็นวาควรปลอยชั่วคราว ใหพนักงานอัยการถือปฏิบัติ ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. ๒๔๗๗ ขอ ๓ ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๘ โดยในกรุงเทพมหานคร ใหเปนหนาที่ของพนักงานตํารวจที่จะจัดการแกผูตองหาหรือเปนคูสัญญากับนายประกันตามที่บัญญัติ ไวในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ แลวแตกรณี แทนพนักงาน อัยการ สวนจังหวัดอื่นเปนหนาที่ของพนักงานอัยการ สวนที่ ๔ ชั้นการพิจารณาคดีของศาล ขอ ๑๔ ใหหัวหนาพนักงานสอบสวน แจงหมายเลขโทรศัพทและชองทางการติดตอสื่อสาร ทางอื่น (ถามี) รวมทั้งที่ตั้งของผูรับผิดชอบในการจัดสงหมายเรียกแกพยานและติดตามพยาน ไปยังสํานักงานอัยการที่มีเขตอํานาจเหนือการสอบสวนของพนักงานสอบสวน เพื่อประโยชนในการ ประสานงานเกี่ยวกับการสงหมายเรียกและติดตามพยาน
หนา ๔๘ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ใหผูรับผิดชอบในการจัดสงหมายเรียกแกพยานและติดตามพยาน รายงานผลการสงหมาย ใหพนักงานอัยการทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่รับหมายไปจากพนักงานอัยการ และติดตามพยาน เพื่อใหไปพบพนักงานอัยการตามวันเวลาและสถานที่ที่ไดรับแจงจากพนักงานอัยการ ในกรณีที่ไมสามารถสงหมายเรียกใหพยานได ใหผูรับผิดชอบในการจัดสงหมายเรียก แกพยานและติดตามพยานระบุเหตุผลที่ไมสามารถสงหมายไวโดยละเอียดและหากเปนการสงหมาย ไมไดเพราะพยานยายที่อยู ใหผูรับผิดชอบในการจัดสงหมายเรียกแกพยานและติดตามพยาน ดําเนินการสืบหาที่อยูใหมของพยาน พรอมทั้งคัดสําเนาทะเบียนบานแหงใหมของพยาน (ถามี) แจงใหพนักงานอัยการทราบ ใหพนักงานสอบสวนระบุหมายเลขโทรศัพทของตนและของพยานทุกคนซึ่งสามารถติดตอ ไดใหปรากฏชัดในสํานวนการสอบสวน ใหพนักงานอัยการผูวาคดีระบุหมายเลขโทรศัพทของตนซึ่งสามารถติดตอได ใหปรากฏชัด ในหนังสือการสงหมาย กรณีที่พยานไดรับหมายเรียกแตไมตองไปสืบพยาน โดยพนักงานอัยการไดรับทราบลวงหนา ใหพนักงานอัยการแจงพนักงานสอบสวนหรือพยานทราบเพื่อไมตองเดินทางไปเปนพยานศาล ขอ ๑๕ ในกรณีที่พนักงานอัยการผูวาคดีตองการซักถามขอเท็จจริงจากผูจับกุม หรือพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการสืบพยาน ใหพนักงานอัยการผูวาคดีแจงผูจับกุมหรือพนักงาน สอบสวนใหไปพบตามวันเวลาและสถานที่ที่กําหนด แตหากพนักงานอัยการไมไดแจงประสาน มาดังกลาวขางตน ใหผูจับกุมและพนักงานสอบสวนเตรียมความพรอมกอนที่จะสืบพยาน หากผูจับกุมหรือพนักงานสอบสวนมีความประสงคที่จะประสานเพื่อทราบขอเท็จจริง เกี่ยวกับการสืบพยาน ใหผูจับกุมหรือพนักงานสอบสวนติดตอขอพบพนักงานอัยการผูวาคดีเพื่อทราบ ขอเท็จจริงกอนที่จะทําการสืบพยาน ขอ ๑๖ ในระหวางการสอบสวนหรือการสืบพยานคดียาเสพติดรายสําคัญ ใหพนักงาน สอบสวนตรวจสอบวามีเหตุอันควรที่จะรองขอใหศาลมีคําสั่งใหสืบพยานหลักฐานใดไวลวงหนา หรือไม หากปรากฏเหตุอันควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๓/๒ วรรค ๒ และมาตรา ๒๓๗ ทวิ ใหพนักงานสอบสวนประสานกับพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคํารองขอตอศาลให ทําการสืบพยานหลักฐานไวลวงหนาทันที
หนา ๔๙ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ สวนที่ ๕ การปลอยชั่วคราว ขอ ๑๗ เมื่อพนักงานสอบสวนเห็นวาผูตองหารายใดไมสมควรไดรับอนุญาตใหปลอยชั่วคราว ใหบันทึกขอเท็จจริงและเหตุผลรวมทั้งขอมูลที่เปนประโยชนโดยละเอียดไวในคํารองขอฝากขังทุกครั้ง เพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานอัยการและศาล ดังนี้ (๑) รายละเอียดของเหตุผลในการคัดคานการปลอยชั่วคราว ไดแก ๑. พยานหลักฐานที่ปรากฏแลวมีเพียงใด ๒. พฤติการณตาง ๆ แหงคดีเปนอยางไร ๓. เชื่อถือผูรองขอประกันหรือหลักประกันไดเพียงใด ๔. ผูตองหานาจะหลบหนีหรือไม ๕. ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปลอยชั่วคราว มีเพียงใดหรือไม ๖. ผูตองหาจะไปยุงเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม ๗. ผูตองหาหรือจําเลยจะไปกอเหตุรายประการอื่นหรือไม ๘. การปลอยชั่วคราวจะเปนอุปสรรคหรือกอใหเกิดความเสียหายตอการสอบสวน ของเจาพนักงานหรือการดําเนินคดีในศาลหรือไม (๒) ขอมูลประวัติอาชญากรรมหรือพฤติกรรมที่เกี่ยวกับยาเสพติดของผูตองหาในอดีต และปจจุบัน จากบุคคลหรือหนวยงานที่เกี่ยวของโดยใชเลขประจําตัวประชาชนสิบสามหลัก (ถามี) หรือลายพิมพนิ้วมือเปนหลักฐานในการสืบคน การคัดคานการปลอยชั่วคราว ใหพนักงานสอบสวนขอใหศาลพิจารณากําหนดเงื่อนไข เกี่ยวกับผูตองหาเพื่อปองกันอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เชน การกําหนดที่อยู หรือการให มารายงานตัวตอพนักงานสอบสวนตามเงื่อนเวลาที่กําหนด เปนตน การรองขอปลอยชั่วคราวผูตองหาในคดียาเสพติดรายสําคัญ ใหพนักงานสอบสวนแจงให สํานักงาน ป.ป.ส. ทราบ เพื่อจะไดเสนอขอมูลอันเปนประโยชนประกอบการคัดคานการปลอยชั่วคราว หากศาลมีคําสั่งใหปลอยตัวชั่วคราวผูตองหาในคดียาเสพติดรายสําคัญ ใหพนักงานสอบสวน รายงานใหหัวหนาพนักงานสอบสวนและสํานักงาน ป.ป.ส. ทราบเปนหนังสือเพื่อใหพิจารณาปองกัน การหลบหนีหรือปองกันความเสียหาย
หนา ๕๐ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ขอ ๑๘ การคัดคานการปลอยชั่วคราวโดยพนักงานอัยการ ใหพนักงานอัยการดําเนินการ ตามขอ ๑๗ โดยอนุโลม สวนที่ ๖ การดําเนินการตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ ขอ ๑๙ ในกรณีที่พนักงานอัยการไมขอใหศาลสั่งริบทรัพยสินที่พนักงานสอบสวน ยึดไวเปนของกลางในคดียาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓๐ และตามกฎหมายอื่น โดยเห็นสมควรใหพนักงาน สอบสวนจัดการของกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๕ หากพนักงาน อัยการเห็นวาทรัพยสินของกลางอาจเกี่ยวเนื่องกับการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและเปน ทรัพยสินที่มีมูลคามาก ใหพนักงานอัยการมีหนังสือแจงใหพนักงานสอบสวนประสานไปยัง สํานักงาน ป.ป.ส. เพื่อเสนอเรื่องใหคณะกรรมการตรวจสอบทรัพยสินดําเนินการตรวจสอบทรัพยสิน ของกลางดังกลาวตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๙ กอนที่จะคืนของกลางใหแกเจาของ โดยสงสําเนาหนังสือใหสํานักงาน ป.ป.ส. ทราบดวย เมื่อพนักงานสอบสวนไดรับแจงจากพนักงานอัยการดังกลาวแลว ใหมีหนังสือแจงรายละเอียด เกี่ยวกับทรัพยสินของกลางไปยังเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อดําเนินการตรวจสอบทรัพยสิน กรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพยสินหรือเลขาธิการ ป.ป.ส. มีคําสั่งใหมีการตรวจสอบ และสั่งใหยึดหรืออายัดทรัพยสินของกลาง ใหพนักงานสอบสวนและพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัติ มาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ ผูมีอํานาจดําเนินการรับมอบ และสงมอบทรัพยสินของกลางภายในสิบหาวันนับแตวันที่ทราบคําสั่งใหยึดหรืออายัดทรัพยสินของกลาง หากพนักงานสอบสวนไมไดรับคําสั่งใหยึดหรืออายัดทรัพยสินของกลางจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ภายในสามสิบวันนับแตวันที่สํานักงาน ป.ป.ส. ไดรับแจงจากพนักงานสอบสวน ใหพนักงาน สอบสวนดําเนินการเกี่ยวกับทรัพยสินของกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๕ วรรคทาย
หนา ๕๑ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ขอ ๒๐ เมื่อศาลรับคํารองขอใหริบทรัพยสินของพนักงานอัยการตามพระราชบัญญัติ มาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๒๗ แลว ใหพนักงานอัยการมีหนังสือแจงเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อดําเนินการตามมาตรา ๒๘ โดยเร็ว พรอมทั้งแจงกําหนดวันนัดไตสวนดวย ใหสํานักงาน ป.ป.ส. ดําเนินการแจงสิทธิใหผูเปนเจาของหรือมีหลักฐานเปนเจาของ ใหแลวเสร็จโดยเร็ว และสงหลักฐานการดําเนินการแจงสิทธิใหพนักงานอัยการภายในกําหนดเวลา นัดไตสวน ในกรณีที่ไมอาจดําเนินการแจงสิทธิไดทันวันนัดไตสวนของศาล ใหสํานักงาน ป.ป.ส. มีหนังสือแจงพนักงานอัยการทราบกอนวันนัดไตสวนของศาล เพื่อพนักงานอัยการจะไดแจงใหศาล และพยานทราบเหตุดังกลาว กอนถึงวันนัดไตสวน ใหพนักงานเจาหนาที่ที่ไดรับหมายเรียกใหไปเปนพยานศาลประสาน ไปยังพนักงานอัยการเพื่อยืนยันการเปนพยานศาล พรอมทั้งตรวจสอบวาไดมีการดําเนินการแจงสิทธิ ตามมาตรา ๒๘ เรียบรอยแลวหรือไม หากยังไมเสร็จเรียบรอยใหรีบดําเนินการใหเรียบรอยกอนวัน นัดไตสวน ขอ ๒๑ ในกรณีที่พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจผูเปนหัวหนาในการสืบสวน หรือหัวหนาพนักงานสอบสวน พิจารณาเห็นวาจําเปนตองดําเนินคดีตอผูกระทําความผิดในฐาน สนับสนุน ชวยเหลือหรือสมคบกันกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ใหรีบดําเนินการรวบรวม ขอเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวของกับพฤติการณดังกลาว แลวประสานงานกับสํานักงาน ป.ป.ส. เพื่อเสนอขออนุมัติจับกุมหรือแจงขอหาแกผูกระทําความผิดจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ตามหลักเกณฑวิธีการและขั้นตอนที่กําหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผูกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ สวนที่ ๗ การดําเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอ ๒๒ การบังคับโทษปรับคดียาเสพติดตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๑ ใหพนักงานอัยการรองขอใหศาลออกหมายบังคับคดี เพื่อตั้งเจาพนักงาน บังคับคดีดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพยสินของผูตองโทษ โดยระบุในคํารองใหสํานักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเปนเจาหนี้ตามคําพิพากษาเปนผูนําเจาพนักงานบังคับคดียึดอายัดทรัพยสินของผูตองโทษ
หนา ๕๒ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีแลว ใหพนักงานอัยการแจงผลการออกหมายบังคับคดีผลแหง คําพิพากษา พรอมทั้งสงสําเนาหมายบังคับคดีไปยังสํานักงาน ป.ป.ส. เพื่อดําเนินการบังคับโทษ ปรับตอไปโดยเร็ว สวนที่ ๘ การดําเนินการตามพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ขอ ๒๓ เมื่อผูถูกจับประสงคจะใหขอมูลที่สําคัญและเปนประโยชนอยางยิ่งในการ ปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐/๒ ใหผูถูกจับบันทึกรายละเอียดแหงขอมูลดวยตนเองและลงลายมือชื่อไว หากผูถูกจับไมอาจบันทึกขอมูลเองไดใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจเปนผูบันทึกขอมูล แลวลงลายมือชื่อของผูถูกจับ ผูบันทึกและพยาน (ถามี) ใหผูจับกุมรวบรวมพยานหลักฐานเทาที่จําเปนในการพิสูจนหรือยืนยันวา เปนการใหขอมูล ที่สําคัญและเปนประโยชนอยางยิ่งในการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ สงบันทึกรายละเอียดการใหขอมูลของผูถูกจับและบันทึกการจับกุมพรอมพยานหลักฐานจากการนํา ขอมูลที่ใหหรือเปดเผยไปใชขยายผลใหพนักงานสอบสวน ขอ ๒๔ ใหพนักงานสอบสวนบันทึกคําใหการเกี่ยวกับการใหหรือเปดเผยขอมูลสําคัญ ของผูตองหารวมถึงบันทึกผลการนําขอมูลดังกลาวไปใชขยายผลการปราบปรามการกระทําความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษไวในสํานวนการสอบสวน โดยใหสอบสวนผูตองหาในฐานะเปนพยาน ในคดีที่สามารถขยายผลการจับกุมได ในกรณีผูตองหาไดใหขอมูลไวในชั้นพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจผูทําการจับกุม ใหทําการสอบสวนหรือสอบปากคําพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจนั้นไวในสํานวนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในการพิสูจนความผิดและพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการใหขอมูล ที่สําคัญและเปนประโยชนอยางยิ่งในการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ ไวในสํานวนการสอบสวนและทําความเห็นเกี่ยวกับการใหหรือเปดเผยขอมูลของผูตองหาไวใน สํานวนการสอบสวนแลวสงสํานวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดําเนินการตอไป ขอ ๒๕ ใหพนักงานอัยการพิจารณาวาผูตองหาไดใหขอมูลที่สําคัญและเปนประโยชน อยางยิ่งในการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษอันนําไปสูการขยายผล การปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ เชน การจับกุมเครือขายยาเสพติด ตามเงื่อนไขดังกลาวขางตนอยางไรหรือไม
หนา ๕๓ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ถาขอเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไมเพียงพอ ใหพนักงานอัยการมีคําสั่งใหพนักงาน สอบสวนทําการสอบสวนหรือรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อใหไดขอเท็จจริง วาผูกระทําความผิดไดใหขอมูลที่สําคัญและเปนประโยชนอยางยิ่งในการปราบปรามการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษอันนําไปสูการขยายผลปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ใหโทษตอพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจผูจับกุมหรือพนักงานสอบสวนอยางไรหรือไม กรณีที่พนักงานอัยการพิจารณาแลวเห็นวาขอเท็จจริงและพยานหลักฐานเปนไปตาม หลักเกณฑที่กําหนดและมีเหตุผลอันสมควร ใหพนักงานอัยการบรรยายฟองและมีคําขอทายฟอง ขอใหศาลพิจารณาลงโทษผูนั้นนอยกวาอัตราโทษขั้นต่ําที่กําหนดไวสําหรับความผิดนั้น ขอ ๒๖ กรณีที่พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจหรือพนักงานสอบสวนไดรับขอมูล จากการใหหรือเปดเผยขอมูลที่สําคัญของผูตองหาอันเปนประโยชนอยางยิ่งในการปราบปราม การกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษและสามารถนําไปใชประโยชนในการขยายผล การปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษไดในภายหลังจากที่พนักงานอัยการ ยื่นฟองผูตองหาเปนจําเลยตอศาลแลว ใหเจาหนาที่ผูจับกุมหรือขยายผลหรือพนักงานสอบสวน แจงใหพนักงานอัยการทราบเพื่อพนักงานอัยการพิจารณาแจงขอเท็จจริงใหศาลทราบตอไป หมวด ๓ การดําเนินงานและการติดตามประเมินผล ขอ ๒๗ ใหหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติด แจงใหหนวยงานในสังกัด ทราบเพื่อถือเปนแนวทางปฏิบัติ ขอ ๒๘ ใหผูบังคับบัญชาหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติดทุกระดับ ใหการสนับสนุน กํากับดูแลและติดตามการประสานงานคดียาเสพติดใหมีการดําเนินงานตามแนวทาง ที่กําหนดอยางเครงครัด ขอ ๒๙ ใหหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติดกําหนดแนวทางและวิธีการ กํากับและติดตามการดําเนินงานของหนวยงานในสังกัดใหชัดเจนและรวดเร็ว ขอ ๓๐ ใหสํานักงาน ป.ป.ส. ติดตามประเมินผลการประสานงานคดียาเสพติด ในภาพรวมเพื่อแจงใหหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติดทราบทุกป
หนา ๕๔ เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๗๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ขอ ๓๑ ใหสํานักงานอัยการสูงสุด สํานักงานตํารวจแหงชาติและสํานักงาน ป.ป.ส. รวมกันประชุมสัมมนาระหวางหนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินคดียาเสพติดเพื่อแกไขปญหา อุปสรรคและพัฒนาแนวทางในการประสานงานคดียาเสพติดใหมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคลองกับสถานการณยาเสพติดที่อาจเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็ว อยางตอเนื่องและเปนประจํา ทุกปโดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสํานักงาน ป.ป.ส. และหรือสวนราชการอื่นที่เกี่ยวของ ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด